หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

ปลูกต้นไม้ วัดเทพอาวาส ตำบล หน้าเมือง อำเภอ เมืองราชบุรี จังหวัด ราชบุรี

 


                 
         พวกเรากลุ่มนักเรียน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรีได้ทำการลงพื้นที่ปลูกป่า ภายใน "วัดเทพอาวาส ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี"  สาเหตุที่เลือกพื้นที่สัดในการปลูกป่านั้น เพราะ วัดเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตในของประชาชนทุกคน ซึ่งต้องการความร่มรื่น และสงบสำหรับการปฎิบัติธรรม หรือกิจกรรมอื่นๆ แต่ปัจจุบันพื้นที่วัดสมัยนี้อาจจะติดกับตัวเมืองมากเกินไป จึงทำให้มีสิ่งก่อสร้างต่างๆ ทำให้พื้นที่แทบวัดไม่รมรื่น ทั้งนี้กลุ่มของพวกเราจึงเห็นควรที่จะนำต้นไม้มาปลูกเพื่อเพิ่มอากาศบริสุทธิ์และ ความร่มรื่นให้กับทางสถานที่แห่งนี้  










    

สร้าง'อควาซัน'โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ประหยัดพื้นที่-ทุนต่ำได้พลังงานสูง


              หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของพลังงานแสงอาทิตย์จากแผงรับพลังงานสุริยะ หรือโซลาร์เซลล์ คือ การที่ต้องใช้พื้นที่ปริมาณมหาศาล เนื่องจากแผงรับพลังงานเหล่านี้ไม่สามารถนำมาวางซ้อนทับกันได้ หากแต่ต้องนำมาขึงตรึงเพื่อให้ทุกแผ่นรับแสงแดดกันได้อย่างทั่วถึง สำหรับแผงที่ติดตั้งไว้บนหลังคาบ้านและดาดฟ้าอาคารอาจจะฟังดูไม่เกะกะ แต่สำหรับแผงที่ต้องตั้งไว้บนพื้นดินนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว              เพื่อกำจัดข้อจำกัดดังกล่าว บริษัทโซลาริส ซีเนอร์จี ประเทศอิสราเอล และบริษัทอีดีเอฟ กรุ๊ป จากประเทศฝรั่งเศส จึงร่วมกันพัฒนา "อควาซัน"(AQUASUN) แผงพลังงานสุริยะที่สามารถนำไปขึงตรึงในน้ำได้ทำจากวัสดุประเภทซิลิคอนซึ่งมีราคาต่ำกว่าประเภทอื่นๆ เนื่องด้วยมีข้อจำกัดว่าด้วยเรื่องของอุณหภูมิที่ร้อนเกินจนทำให้แผงรับพลังงานนี้เสื่อมและถูกทำลาย เรียกว่า 'โอเวอร์ ฮีตแต่เนื่องจากได้รับการพัฒนาให้วางขึงในน้ำได้ ข้อจำกัดดังกล่าวจึงได้รับการชดเชยไปโดยปริยาย ชื่อของแผงรับพลังงานชนิดนี้จึงมาจากคำว่า อควา แปลว่าน้ำ และดวงอาทิตย์รวมกัน ซึ่งรอบๆ แผงรับพลังงานจะได้รับการติดตั้งแผงกระจกที่จะสะท้อนแสงอาทิตย์เข้มข้นลงมา ยังแผงรับพลังงาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 200 กิโลวัตต์ต่อหน่วยขณะที่ต้นทุนต่ำลง
นอกจากนี้ อควาซันยังได้รับการออกแบบมาให้ก๊าซออกซิเจนสามารถแพร่ผ่านได้ เพื่อป้องกันไม่ให้แหล่งน้ำภายใต้แผงรับพลังงานเน่าเสีย โดยในบางกรณีพบว่า ช่วยลดการระเหยของน้ำ และต่อต้านไม่ให้สาหร่ายเติบโตมากเกินไปด้วย
อย่างไรก็ตาม แผงรับพลังงานสุริยะชนิดนี้จะไม่ถูกนำไปติดตั้งในมหาสมุทรและพื้นที่อนุรักษ์ แต่จะถูกนำไปติดตั้งตามแหล่งเก็บน้ำสำหรับการเกษตรและอุตสาหกรรมแทน โดยทางผู้พัฒนาเตรียมนำต้นแบบอควาซันไปติดตั้งเพื่อทดสอบที่โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ที่ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนก.ย.นี้ ก่อนจะเก็บข้อมูลไปจนถึงเดือนมิ.ย.ปีหน้า เพื่อนำมาศึกษาและเสนอนวัตกรรมดังกล่าวออกสู่ตลาดทั่วไป

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ความต้องการของตลาดที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการประมงมากกว่าความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ

การประมงที่ขึ้นอยู่กับสัตว์สายพันธุ์ชีวิตที่สั้นเช่น กุ้งและปลาซาร์ดีนนั้นได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะปรากฏการณ์นั้นกระทบต่อการผลิตคลอโรฟิลล์ที่สำคัญสำหรับแพลงก์ตอน อาหารสำหรับ 2 สายพันธุ์



แต่ผลจากการวิจัยเรื่อง  “ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทรัพยากร ประมงของชาวเม็กซิกันในแปซิฟิก” นำโดย Chávez Ortiz นักวิจัยจากสถาบันโปลีเทคนิคแห่งชาติ  (IPN) บ่งชี้ว่า ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับการประมง อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง  แต่สิ่งที่กระทบมากกว่าต่อการประมงนั้น มาจากความต้องการของตลาดที่มากขึ้น เพราะในทั่วโลก แหล่งประมงชั้นดีจะถูกตักตวงในความจุที่สูงสุด และหลายแห่งก็ถูกตักตวงมากจนเกินไป

นักวิจัยได้ลงรายละเอียดว่า การวิจัยนั้นประกอบไปด้วยการทดลองทางอุณหภูมิ กับการวิเคราะห์การประมง และผลที่ได้คือความแปรปรวนที่หลากหลายนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่ปัญหาคือไม่พบหลักฐานที่จะพิสูจน์ได้ 

นักวิจัยได้นำข้อมูลการประมงในปี 1950 มาเปรียบเทียบกับข้อมูลความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และพบว่าในยุค 70 การประมงปลาซาร์ดีนนั้นเพิ่มขึ้น แต่ลดลงในยุด80 ในขณะที่การประมงกุ้งนั้นเพิ่มขึ้นแต่ลดลงในยุค 90 ในทางเดียวกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกลางยุค 70 และปลายยุค80 นั้น นำมาซึ่งความมากน้อยของปริมาณน้ำในทะเล ซึ่งส่งผลต่อปริมาณกุ้งและปลาซาร์ดีนที่เพิ่มและลดตามปริมาณน้ำ

ทั้งนี้เป้าหมายของการวิจัยนั้น เพื่อเป็นการหาแนวทางรูปแบบจำลอง ที่ช่วยในการประเมินกลยุทธ์ในการแสวงหาผลประโยชน์  การเปลี่ยนแปลงของมวลชีวภาพที่เป็นไปได้จากการวิเคราะห์ทรัพยากร รวมทั้งผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้แยกจากผลกระทบจากการทำประมงที่มากเกินไป

 เครดิต : http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=15&cno=5370

ชาวบ้านในสเปนสร้างสรรค์วิธีบำบัดน้ำเสีย แบบ bioaugmentation technology


        วิลลาลบา เดอลอส บาร์รอส (Villalba de Los Barros) หมู่บ้านชนบทเล็กๆแห่งหนึ่งในเมืองบาดาโฮซ (Badajoz) แคว้นเอกซ์เตรมาดูรา (Extremadura) ประเทศสเปน คิดค้นรูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียภายในหมู่บ้านที่ใช้งานได้ดีเทียบเท่ากับระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน
เหมือนอย่างเมืองเล็ก ๆ เมืองอื่น (ประชากรประมาณ 1,800 คน) วิลลาลบา เดอลอส บาร์รอส (Villalba de Los Barros) มีระบบบำบัดน้ำเสียที่อยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับที่เข้มข้นของทวีปยุโรปในเรื่องการปล่อยของเสียลงสู่แม่น้ำ ซึ่งโรงงานในปัจจุบันกำลังปรับตัวให้เป็นไปตามข้อคับนี้ อย่างไรก็ดี เมืองนี้เป็นเพียงเมืองเดียวในประเทศสเปนที่เริ่มใช้กระบวนการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบท่อระบายน้ำของพวกเขาเอง

โครงการนำร่องนี้ นำโดย The Environmental Consortium Average ใช้วิธีบำบัดน้ำเสียโดยการเติมแบคทีเรียที่มีประโยชน์เข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นเมืองแรกในสเปนที่ใช้วิธีการนี้ในการบำบัดน้ำเสีย ผลที่ได้คือ น้ำเสียที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำกัวดาฮิร่า (Guadajira) สะอาดที่สุด เท่าที่เคยมีมา
ระบบนี้ไม่เพียงแต่จะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถกำจัดตะกอนได้ครึ่งหนึ่งจากระบบบำบัดน้ำเสียปกติของโรงงานทั่วไป นอกจากนี้ยังช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์สำหรับผู้อยู่อาศัยในเมืองตลอดจนระบบการจัดเก็บอีกด้วย


กรมอุทยานฯเปิดยุทธวิธีทวงคืนผืนป่า

กรมอุทยานฯเปิดยุทธวิธีทวงคืนผืนป่า เริ่ม 12 จังหวัดพื้นที่วิกฤติรุนแรง ชู 4 ยุทธศาสตร์ 17 กลยุทธ์สกัดบุกรุก...

นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมด่วน ผอ.ทุกสำนักในส่วนกลาง และ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 1-16 จากทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายตามแผนแม่บท แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยแบ่งเป็น 4 ยุทธศาสตร์การพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ 17 กลยุทธ์ ซึ่งที่ประชุมได้มีการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานภายใต้แผนแม่บทเพื่อให้ลุล่วงและประสบผลสำเร็จ ดังนี้
1.ยุทธศาสตร์ ผนึกกำลังป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่า จะมีกลยุทธ์ย่อย 4 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์การหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
กลยุทธ์จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่ากลยุทธ์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า กลยุทธ์ยึดคืนพื้นที่ป่า ยับยั้งการบุกรุกป่า และการแก้ปัญหาป่าบุกรุกคนโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศเป็นหลักฐานหลักร่วมกับหลัก ฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า 3 ยุทธศาสตร์ที่เหลือ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ ปลูกจิตสำนึกรักผืนป่าของแผ่นดิน ยุทธศาสตร์ปฏิรูประบบการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และยุทธศาสตร์ฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน มีสำนักสนองงานพระราชดำริ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช เป็นต้น รับผิดชอบ นอกจากนี้ เป้าหมายของแผนแม่บทกำหนดให้ต้องพิทักษ์รักษาป่าไม้ให้สภาพป่ามีความสมบูรณ์อย่างน้อยร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศภายใน 10 ปี โดยปีที่ 1 หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าและทวงคืนผืนป่า ปีที่ 2 ให้ปรับปรุงระบบบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและยั่งยืน ส่วนปีที่ 3-10 ให้ฟื้นฟูสภาพป่าทั่วประเทศ โดยต้องมีพื้นที่ของป่าร้อยละ 40 ทั่วประเทศ“พื้นที่ป่าที่อยู่ในภาวะวิกฤติตามที่แบ่งระดับความรุนแรงของปัญหาบุกรุกทำลายป่าไม้ ที่มี 12 จังหวัดถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่วิกฤติรุนแรง ได้แก่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย ลำปาง อุบลราชธานี นครราชสีมา เลย กระบี่ เชียงใหม่ ตาก เชียงรายและแม่ฮ่องสอน ให้เร่งตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกบุกรุก และรีบดำเนินการตามยุทธวิธีทวงคืนผืนป่าให้เร็วที่สุด พร้อมกับเร่งฟื้นฟูป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม” นายนิพนธ์กล่าว.



ซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้ อิทธิพลต่อการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค


ในช่วง ปี 1000 ที่ผ่านมา ผลจากการค้นคว้าข้อมูลใหม่จากซีกโลกใต้ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ นั้นมีผลต่อสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค

โดยการค้นพบนี้มาจากทีมวิจัยระดับนานาชาติ ด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเบิร์น และสถาบันวิจัยแห่งชาติ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ในการสร้างแบบจำลองของสภาพภูมิอากาศในการเชื่อมโยงความเปลี่ยนของสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ที่มีผลต่อการคาดการณ์ในระดับภูมิภาค  ซึ่งการวิจัยได้เผยแพร่ในวารสารสภาพภูมิอากาศทางธรรมชาติ

โดยซีกโลกใต้นั้นเป็นพื้นที่ท้าทายสำหรับนักวิจัยสภาพภูมิอากาศ  เนื่องจากเต็มไปด้วยมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ น้ำแข็งแอนตาร์กติก และทะเลทราย ทำให้เป็นเรื่องยากในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมา  ข้อมูลการศึกษาโครงสร้างอันซับซ้อนไม่ว่าจะเป็น วงแหวงของต้นไม้  ทะเลสาบ ปะการัง  แกนน้ำแข็ง เป็นสิ่งที่ต้องนำมาใช้เพื่อทำความเข้าใจกลไกของระบบภูมิอากาศ 

ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้พยายามประสานงานในการพัฒนาและวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ ที่ให้เบาะแสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในซีกโลกใต้ ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น นักวิจัยสภาพภูมิอากาศจากออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญแอนตาร์กติก การศึกษารูปแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ และข้อมูลจากสถานที่มากกว่า300 แห่ง ในอดีต 1000 ที่ผ่านมา ร้อยละ99.7 ของผลที่ได้ ทศวรรษที่อบอุ่นที่สุดนั้นเกิดขึ้นหลังจากปี1970

น่าแปลกที่เพียงสองครั้งเท่านั้นในสหัสวรรษ ที่ทั้งสองซีกโลกนั้นแสดงให้เห็นถึงอุณหภูมิที่พุ่งขึ้นสูง   หนึ่งในนั้นคือช่วงหนาวเย็นในปีศตวรรษที่ 17  อีกช่วงคืออุณหภูมิร้อนในปัจจุบันที่เริ่มต้นหลังจากปี 1970 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ระดับภูมิภาค 

ทั้งนี้ อุณหภูมิในซีกโลกใต้นั้นเป็นค่าเฉลี่ยปานกลาง โดยนักวิจัยได้อธิบายความแตกต่างนั้นเรียกว่าความแปรปรวนภายใน เป็นการอธิบายปฏิสัมพันธ์ที่วุ่นวายในมหาสมุทรและในระบบสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพอุณหภูมิหลายทิศทาง

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า จากการวิจัยค่าผันผวนภายในไม่สามารถจำลองเหตุการณ์ได้เป็นที่น่าพอใจนัก ผลที่ได้เป็นการประมาณการณ์ที่ต่ำเกินไป ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอิทธิพลภายนอกไม่ว่าจะเป็น รังสีแสงอาทิตย์ ภูเขาไฟระเบิด หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์   อาจทำให้ความแตกต่างในระดับภูมิภาค ในวิวัฒนาการของสภาพภูมิอากาศในอนาคตนั้น ยิ่งใหญ่กว่าการคาดการณ์จากรูปแบบการคาดการณ์ในปัจจุบัน



แห่ชม 'แมงกะพรุนหลากสี' จ่อจัดระเบียบหวั่นกระทบธรรมชาติ


         อุทยานเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด เผย นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชมปรากฏการณ์แมงกะพรุนหลากสีอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว...

         นายสุเมธ สายทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง กล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวทะเลชายฝั่งอุทยานเขาแหลมหญ้าจำนวนมากในทุกวัน โดยอุทยานเขาแหลมหญ้าเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อรอชมปรากฏการณ์แมงกะพรุนหลากสี ที่ยังมีให้ประชาชนได้ชม โดยอุทยานฯ ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และจัดระเบียบการจราจรเข้าชมแมงกะพรุน เพื่อให้มีความปลอดภัยและเป็นระเบียบแก่นักท่องเที่ยวโดยไม่รบกวนธรรมชาติ พร้อมเปิดเส้นทางชมธรรมชาติและเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลให้นักท่องเที่ยวเพิ่มเติมนอกจากการชมแมงกะพรุนด้วย อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำสั่งและการดูแลของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยทั้งการเดินทาง การใช้รถและการชมแมงกะพรุน จึงต้องจัดระเบียบเป็นพิเศษเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
         สำหรับปรากฏการณ์แมงกะพรุนหลากสีนับล้านตัว แหวกว่ายในทะเลนั้น หัวหน้าอุทยานเขาแหลมหญ้า กล่าวยืนยันว่า เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้พบแมงกะพรุนได้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากบริเวณทะเลอุทยานเขาแหลมหญ้าไม่อนุญาตให้ทำการประมง จึงมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารสัตว์น้ำอย่างมาก โดยจะพบเห็นแมงกะพรุนได้มากในช่วงเช้า และจะลดน้อยลงในช่วงกลางวัน ส่วนใหญ่เป็นแมงกะพรุนถ้วยทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติที่เหนือการควบคุม


 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2557 ประเทศไทยได้จุดบันทึกหน้าใหม่เอาในประวัติศาสตร์อีกครั้งกับภัยธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางการเกิดที่ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เชียงรายเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และอาคารสูงในกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว 

หากมองย้อนกลับอีก 40 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางเกิดในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และจากการตรวจสอบพบว่าจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมาจากรอยเลื่อน พะเยา ที่พาดผ่านอำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ทางด้านทิศเหนือของรอยเลื่อนท่าสี มีความยาวประมาณ 23 กิโลเมตร 

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกหากว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน เพราะประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียน ล้อมรอบด้วยแผ่นเปลือกโลกอีก 2 แผ่น คือแผ่นเปลือกโลกอินเดีย-ออสเตรเลีย และแผ่นมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นตำแหน่งที่อยู่ในเขตค่อนข้างปลอดแผ่นดินไหวพอสมควร แต่จากการบันทึกทางประวัติศาสตร์ ก็เคยปรากฏเหตุแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในประเทศไทยอยู่บ้างอยู่ที่ว่าจะรุนแรงมากหรือน้อยเท่านั้น

ถึงแม้ว่าทำเลของประเทศไทย จะอยู่ในจุดปลอดภัยกว่าพื้นที่อื่น แต่ประเทศไทยก็มีอัตราเสี่ยงเพราะมีรอยเลื่อนที่สามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่หลายที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาการเกิดแผ่นดินไหว มักเกิดในพื้นที่ดังกล่าวเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนในประเทศไทยจะยังไม่รุนแรงเท่ากับบริเวณพื้นที่ที่เป็นรอยต่อของเปลือกโลกหรือวงแหวนแห่งไฟ(Ring of Fire) 

จากสถิติการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยที่ผ่านมาเกือบ 40 ปีเรามีแผ่นดินไหวขนาดกลางเกิดขึ้น 8 ครั้ง หรือเฉลี่ย 1 ครั้งในรอบ 5 ปี โดยแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในบ้านเราส่วนใหญ่มีขนาดไม่เกิน 6.0 ริกเตอร์ ส่วนใหญ่แผ่นดินไหวที่มีขนาดมากกว่า 6.0 ริกเตอร์ จะเกิดนอกประเทศเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวนอกประเทศในระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นการเกิดที่ประเทศอินโดนีเซีย พม่า แต่หากเกิดในพื้นที่ที่ชั้นดินอ่อน ก็สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนได้ถึงตึกสูงในเมืองใหญ่ ๆ อย่างกรุงเทพมหานครได้อีกด้วย 

อันที่จริง...แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน จากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้นจึงควรศึกษา เรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการเกิดของแผ่นดินไหวที่แท้จริง เพื่อเป็นแนวทางในการลดความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นแนวทางที่ดีที่สุด 


โคมไฟเซ็นเซอร์ข้อมูลบนท้องถนน เพื่อการวางแผนพัฒนาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น


ต่อไปเสาไฟอาจไม่ได้มีไว้ให้แสงสว่างเพียงอย่างเดียว แต่มันอาจกลายเป็นผู้จัดการความเรียบร้อยของเมืองใหญ่ได้ 


ในขณะนี้ที่ชิคาโกได้กำลังดำเนินการติดตั้งเครือข่ายโคมไฟเซ็นเซอร์ที่สามารถติดตามข้อมูลผู้คน การจราจร ระดับมลพิษ เพื่อช่วยในการวางแผนให้ในเมืองนั้นมีความปลอดภัยและมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น 

โคมไฟเก็บข้อมูลนี้ทำงานผ่านตัวเซ็นเซอร์ที่จะติดตามจำนวนผู้คนที่ผ่าน จากการนับจำนวนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้แสดงถึงปริมาณความหนาแน่นและนำมาเป็นข้อมูลแก้ไขปัญหาจราจร รวมไปถึงการวัดค่ามลพิษ ระดับของเสียง อีกทั้งยังเก็บข้อมูลลม ฝนและความร้อนอีกด้วย

 โดยโครงการเริ่มต้นจะติดตั้งเพียง1 เซ็นเซอร์ในเดือนกรกฎาคมและเพิ่มจำนวนเป็น 1000 ให้ครอบคลุมทั่วเมือง แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ต้องทำให้แน่ใจว่า ตัวเซ็นเซอร์ที่ว่านี้จะเก็บเพียงข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ ไม่เก็บข้อมูลสำคัญหรือเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เพื่อให้โคมไฟนั้นมีประสิทธิภาพในการจัดการเมืองให้มีความปลอดภัย และช่วยให้นักวิจัยเข้าใจความเป็นไปของเมืองที่ทันสมัยมากขึ้น  

“Bioswale” รูปแบบหลุมโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพื่อการดูดซับน้ำ 2 ล้านแกลลอนจากท้องถนนได้


โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวข้างถนนในย่าน Edenwald เมืองนิวยอร์ก  สามารถป้องกันปริมาณน้ำ 2 ล้านแกลลอนที่จะท่วมในแต่ละปีได้


กรมคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเมืองนิวยอร์กได้ทำการลงทุน 3 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ในการสร้างพื้นที่สวนสีเขียวที่ออกแบบมาสำหรับการเก็บสะสมและดูดซับน้ำ ตามไหล่ทาง ทางเดิน รวมไปถึงหลังคา เพื่อพัฒนาสุขภาพและสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการลดมลพิษให้กับชุมชนโดยรอบ

โดยรูปแบบของสวนเพื่อการดูดซับน้ำนั้น มีชื่อว่า Bioswales หรือหลุมต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ลึกลงไปในดินเกือบ 5 ฟุต สามารถรองรับและระบายจากถนนได้เกือบ 2,244 แกลลอน ซึ่งการก่อสร้างนั้นหลุมจะถูกวางด้วยชั้นหินเพื่อสร้างชั้นดินให้น้ำไหลผ่านและถูกกักเก็บ หรือแทรกซึมผ่านการเจริญเติบโตของรากซึ่งเพิ่มความจุของน้ำในหลุมได้ 

และในปีถัดไปกรมสิ่งแวดล้อมก็จะรวบรวมผลการก่อสร้างและผลที่ได้กับโครงการสาธิตในย่านนี้ เพื่อใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายสำหรับการสร้างแบบจำลองโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำและต้นทุนบนพื้นฐานโครงข่ายต่อไป

วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก อีก 8 ปี ไทยจะมีเสือโคร่ง 375 ตัว ?



          ปี2553 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเสือโลกร่วมกับกลุ่มประเทศที่มีเสือในป่าธรรมชาติจำนวน 13 ประเทศทั่วโลก ครั้งนั้นได้มีการให้สัตยาบันร่วมกันว่า ภายในปี 2565 ทุกประเทศจะต้องทำให้ประชากรเสือโคร่งในป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากปริมาณที่มีอยู่เดิมในปีนั้น ซึ่งตอนนั้นสำรวจพบว่าประเทศไทยมีเสือในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ประมาณ 200-250 ตัว
วันที่29กรกฎาคมถูกกำหนดให้เป็นวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลกเป้าหมายหลักของประเทศไทยในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ต้องทำไปพร้อมกับการดูแลที่อยู่และเหยื่อของเสือให้อุดมสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งก็คือการดูแลป่าและสัตว์ในป่าให้มีสภาพสมบูรณ์นั่นเอง เราจะมีการประมวลเหตุการณ์อยู่เรื่อยๆว่าอีก8ปีเราจะทำตามที่เคยให้สัตยาบันเอาไว้ได้หรือไม่
แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่องการบุกรุกทำลายป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยของเสือและล่าสัตว์อันเป็นเหยื่อของเสือซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มปริมาณเสือในป่าธรรมชาติรัฐบาลไทยในเวลานั้นจึงประกาศว่าขอเพิ่มปริมาณเสือแค่50%ของปริมาณที่มีอยู่เดิมซึ่งหมายถึงขอเพิ่มแค่100-125ตัว น่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าการเพิ่มถึง 200-250 ตัวเวลาผ่านไป 4 ปี มีทั้งสัญญาณที่ดีและไม่ดีสำหรับเรื่องเสือโคร่งในประเทศไทย
เรื่องดีๆ ก็คือ พื้นที่ที่มีประชากรเสือชุกชุมแต่เดิมคือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นป่าที่มีเสือมากที่สุดในประเทศไทย โดยพบราว 70 ตัวนั้น เวลานี้พบว่า ปริมาณเสือที่เพิ่มขึ้น ทำให้พวกมันต้องแสวงหาอาณาจักรใหม่ให้ตัวเอง แต่พื้นที่ป่าที่มันจะไปอาศัยอยู่ก็ต้องเป็นป่าสมบูรณ์จริงๆ มันจึงจะอยู่ได้

นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบว่าสามารถถ่ายรูปเสือจากกล้องคาเมร่าแท็บที่นำไปติดไว้ตามต้นไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งเป็นป่าที่อยู่ติดกับป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งถึง 11 ตัวด้วยกัน ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก เพราะ 3-4 ปีก่อนหน้านี้แทบจะไม่พบเสือในป่าดังกล่าวเลย แสดงให้เห็นว่า 1.ป่าในพื้นที่นั้นยังอุดมสมบูรณ์อยู่ เสือถึงอยู่ได้ และ 2.ในบริเวณที่เสืออาศัยอยู่นั้นมีเหยื่อให้กินอย่างเพียงพอ ที่น่าดีใจไปมากกว่านั้นคือ นอกจากแม่เสือแล้ว ยังพบลูกเสืออีกถึง 5 ตัวด้วยกัน
"จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าน่าจะทำได้ตามเป้าที่เคยไปให้สัตยาบันเอาไว้กับประเทศที่มีเสือหรือถ้าทำไม่ได้จริงๆก็น่าจะได้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันแต่มีข้อแม้ว่าปริมาณป่าที่มีอยู่ต้องไม่ลดลงไปกว่านี้"

เครดิต: http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=15&cno=6024

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กรมอุทยานฯเปิดยุทธวิธีทวงคืนผืนป่า









เริ่ม 12 จังหวัดพื้นที่วิกฤติรุนแรง ชู 4 ยุทธศาสตร์ 17 กลยุทธ์สกัดบุกรุก
นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมด่วน ผอ.ทุกสำนักในส่วนกลาง และ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 1-16 จากทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายตามแผนแม่บท แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยแบ่งเป็น 4 ยุทธศาสตร์การพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ 17 กลยุทธ์ ซึ่งที่ประชุมได้มีการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานภายใต้แผนแม่บทเพื่อให้ลุล่วงและประสบผลสำเร็จ ดังนี้ 1.ยุทธศาสตร์ ผนึกกำลังป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่า จะมีกลยุทธ์ย่อย 4 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์การหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
กลยุทธ์จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่ากลยุทธ์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า กลยุทธ์ยึดคืนพื้นที่ป่า ยับยั้งการบุกรุกป่า และการแก้ปัญหาป่าบุกรุกคนโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศเป็นหลักฐานหลักร่วมกับหลัก ฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า 3 ยุทธศาสตร์ที่เหลือ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ ปลูกจิตสำนึกรักผืนป่าของแผ่นดิน ยุทธศาสตร์ปฏิรูประบบการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และยุทธศาสตร์ฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน มีสำนักสนองงานพระราชดำริ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช เป็นต้น รับผิดชอบ นอกจากนี้ เป้าหมายของแผนแม่บทกำหนดให้ต้องพิทักษ์รักษาป่าไม้ให้สภาพป่ามีความสมบูรณ์อย่างน้อยร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศภายใน 10 ปี โดยปีที่ 1 หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าและทวงคืนผืนป่า ปีที่ 2 ให้ปรับปรุงระบบบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและยั่งยืน ส่วนปีที่ 3-10 ให้ฟื้นฟูสภาพป่าทั่วประเทศ โดยต้องมีพื้นที่ของป่าร้อยละ 40 ทั่วประเทศ
“พื้นที่ป่าที่อยู่ในภาวะวิกฤติตามที่แบ่งระดับความรุนแรงของปัญหาบุกรุกทำลายป่าไม้ ที่มี 12 จังหวัดถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่วิกฤติรุนแรง ได้แก่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย ลำปาง อุบลราชธานี นครราชสีมา เลย กระบี่ เชียงใหม่ ตาก เชียงรายและแม่ฮ่องสอน ให้เร่งตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกบุกรุก และรีบดำเนินการตามยุทธวิธีทวงคืนผืนป่าให้เร็วที่สุด พร้อมกับเร่งฟื้นฟูป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม” นายนิพนธ์กล่าว.

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลตรวจซากวาฬโอมูร่า เกยตื้น จ.ประจวบคีรีขันธ์



    
    ประจวบคีรีขันธ์ - จนท.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง เดินทางมาตรวจสอบซากวาฬที่เกยตื้นชายหาดหัวดอน บ้านเขาตะเกียบ หัวหินแล้ว พบเป็น “วาฬโอมูร่า” พบเห็นได้ในทะเลแถวประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงภาคใต้ พร้อมเก็บดีเอ็นเอไปตรวจพิสูจน์ในห้องแล็บ และเตรียมนำซากไปสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ภูเก็ต) เพื่อทำเป็นโมเดลหุ่นจำลองสำหรับการจัดแสดง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวประมงพบซากวาฬ ความยาวประมาณ 4 เมตร เกยตื้นที่ชายหาดหัวดอน บ้านเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (5 ส.ค.) ซึ่งได้มีการประสานงานหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มาตรวจสอบ เนื่องจากไม่เคยมีวาฬ มาเกยตื้นที่ชายหาดแห่งนี้ รวมทั้งเป็นสัตว์หายาก
       
       ล่าสุด วันนี้ (6 ส.ค.) นายอติชาต อินทองคำ นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ชุมพร) พร้อมเจ้าหน้าที่ และนายวัฒนา นกแก้ว ประมงอำเภอหัวหิน ได้เดินทางมาตรวจซากวาฬดังกล่าว ซึ่งได้มีการลากขึ้นมาจนพ้นน้ำทะเล โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจซากวาฬอย่างละเอียด พร้อมกับทำการบันทึก และตรวจวัดสัดส่วนของอวัยวะต่างๆ ตั้งแต่หัวจดหาง
       
       จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทราบว่า วาฬตัวนี้เป็น “ลูกวาฬโอมูร่า” ซึ่งมีลักษณะคล้ายวาฬบรูด้า มาก เป็นเพศเมีย อายุไม่เกิน 1 ปี ความยาว 4 เมตร ลักษณะตามลำตัวไม่พบบาดแผล ขณะที่ผิวหนังเริ่มหลุดล่อน และเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 2-3 วัน
       
       นายอติชาต อินทองคำ นักวิชาการประมงชำนาญการฯ กล่าวว่า วาฬโอมูร่า ที่เกยตื้นนี้เป็นลูกวาฬ ซึ่งโดยปกติจะต้องอาศัยหากินอยู่กับแม่ พบเห็นได้ที่ชายฝั่งตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรื่อยลงไปจนถึงภาคไต้ เป็นสัตว์หายาก ซึ่งไม่ทราบประชากรที่แน่นอน
       
       สำหรับในวันนี้ได้มีการตรวจเก็บดีเอ็นเอของลูกวาฬตัวนี้เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ในห้องแล็บให้แน่ชัด เบื้องต้นไม่พบบาดแผลภายนอก หรือร่องรอยการติดอวน ในส่วนของการผ่าพิสูจน์อวัยวะภายในเพื่อดูร่องรอยการเกิดโรคทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากสภาพเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว
       
       ส่วนซากวาฬ ซึ่งมีสภาพซากค่อนข้างสมบูรณ์นี้จะทำการขนย้ายไปที่สถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ภูเก็ต) เพื่อทำเป็นโมเดลหุ่นจำลอง สำหรับการจัดแสดงต่อไป
       
       ทั้งนี้ วาฬโอมูร่า และวาฬบรูด้า จะมีการดำรงชีวิตที่คล้ายกันคือ ไม่อยู่รวมกันเป็นฝูง ยกเว้นคู่แม่ลูก ซึ่งลูกวาฬจะอยู่หากินกับแม่จนถึงอายุประมาณ 2 ปี เพื่อเรียนรู้การดำรงชีวิต จึงจะแยกตัวออกไป นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ลูกวาฬโอมูร่านี้เสียชีวิตลง

เครดิต: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000089325

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

6วิธีง่ายๆ เปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นสำนักงานสีเขียว

เนื่องในวันที่ 22 เม.ย. ของทุกปีเป็นวันเอิร์ธเดย์ หลายคนคงพยายามทำให้ออฟฟิศของตัวเองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงมี 6 วิธีง่ายที่จะทำให้สำนักงานที่เราต้องทำงานทุกวันกลายเป็น Green Office ตั้งแต่ออกประตูบ้านยันโต๊ะที่นั่งทำงาน
เนื่องในวันที่ 22 เม.ย. ของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก (เอิร์ธเดย์) หลายคนคงพยายามทำให้บ้านของตัวเองเป็นบ้านที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานกันอย่างเต็มที่ แต่สถานที่อีกแห่งที่เ
ราต้องใช้่ชีวิตเกือบทั้งวัน คือ สำนักงาน หรือออฟฟิศ จะทำอย่างไรให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เว็บไซต์ Mashable มีวิธีง่ายมาแนะนำ ในการสร้างพื้นที่สีเขียวในสำนักงาน
1. การรีไซเคิล หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราอาจจะตั้งถังขยะที่แบ่งแยกประเภทตามสีต่างๆ กระตุ้นให้คนในออฟฟิศมาช่วยกันคัดแยกขยะ อาทิ กระดาษ กระป๋องอลูมิเนียม พลาสติก หรือแก้ว รวมทั้งขยะที่เป็นอันตราย เช่น ก้อนถ่านไฟฉาย และตลับหมึกพิมพ์
2. ใช้งานกระดาษให้คุ้มค่า พริ้นเตอร์สำนักงานถือเป็นอุปกรณ์ที่ทุกๆ สำนักงานต้องมี และยังเป็นศูนย์กลางของขยะจากการผลิตเอกสาร หากมีการใช้งานด้วยการพิมพ์กระดาษหน้าเดียว ดังนั้น เราควรใช้งานกระดาษ 2 ด้าน ไม่ใช่แค่เป็นการประหยัดค่ากระดาษ แต่ยังเป็นการทำให้คนคิดทบทวนก่อนจะสั่งพิมพ์ หรือส่งเอกสารให้ใครๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษได้ ด้วยการส่งไฟล์ไปเปิดอ่านทางคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือแม้แต่อีเมล์
3. ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ถ้าเป็นไปได้ลองสังเกตเครื่องใช้ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ที่มีเครื่องหมาย Energy Star มาใช่้ทดแทนเครื่องเก่า เพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายนี้แสดงว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้พลังงานได้คุ้มค่า
สำหรับ Energy Star เป็นมาตรฐานรับรอง และใช้ในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากอุปกรณ์สำนักงานทางเลือก เช่น ดินสอไม้ไผ่ พริ้นเตอร์ที่ใช้กระดาษรีไซเคิลได้ หลอดไฟแอลอีดี สำหรับโคมไฟตั้งโต๊ะและที่อื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ควรปลูกฝังนิสัยการประหยัดด้วยการปิดหน้าจอ และคอมพิวเตอร์ทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย
4. ปรับปรุงห้องครัวใหม่ อีกหนึี่งทางที่จะหยุดการสร้างขยะเพิ่มขึ้น ลดการใช้พลาสติก แก้ว คือ การใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วยการล้าง ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม และของใช้ในครัวต่างๆ กระตุ้นให้คนในออฟฟิศหันมาใช้แก้วส่วนตัวแทนที่แก้วกระดาษ หนือนำเอาเครื่องครัวส่วนตัวมาใช้เอง
จากรายงานของ Earth911 ระบุว่าในแต่ละปีชาวอเมริกันที่ทำงานออฟฟิศใช้แก้วกว่า 500 ใบ และส่วนมากเป็นแก้วกระดาษและแก้วพลาสติกที่ต้องโดนทิ้งไป รวมทั้งช้อนและส้อมพลาสติก โดยหากเอามาเรียงต่อกันขยะเหล่านี้สามารถวนรอบโลกผ่านเส้นศูนย์สูตรได้ถึง 300 รอบ นอกจากนี้เมื่อไม่มีคนอยู่ออฟฟิศ ควรดึงปลั๊กเตาไมโครเวฟ เครื่องปิ้งขนมปัง และ เครื่องทำกาแฟ รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ทุกครั้ง และจะให้ดีหากนำอาหารมาจากบ้านควรใส่ถุงผ้าที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จะดีที่สุด
5. เดินทางแบบอีโคสไตล์ ถ้าหากเป็นไปได้ ลองเดินทางมาออฟฟิศแบบคาร์พูล ไปทางเดียวกันไปรถคันเดียวกัน แค่นี้ก็สามารถช่วยลดมลภาวะทางอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว อีกทั้งยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย โดยหากลดการใช้รถได้ 2 วันต่อสัปดาห์ จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,600 ปอนด์ต่อปี แต่อีกทางที่น่าสนใจคือ ปั่นจักรยานไปออฟฟิศ
6. สร้างทีมงานที่ยั่งยืน ทุกสิ่งที่กล่าวมาจะสำเร็จไม่ได้เลยหากไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในออฟฟิศและเพื่อนร่วมงาน ที่จะสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น โดยในออฟฟิศอาจมีการมอบรางวัลพิเศษสำหรับคนที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพื่อสร้างความสนุกสนาน และทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อจูงใจให้คนเข้าร่วม.