การประมงที่ขึ้นอยู่กับสัตว์สายพันธุ์ชีวิตที่สั้นเช่น กุ้งและปลาซาร์ดีนนั้นได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะปรากฏการณ์นั้นกระทบต่อการผลิตคลอโรฟิลล์ที่สำคัญสำหรับแพลงก์ตอน อาหารสำหรับ 2 สายพันธุ์
แต่ผลจากการวิจัยเรื่อง “ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทรัพยากร ประมงของชาวเม็กซิกันในแปซิฟิก” นำโดย Chávez Ortiz นักวิจัยจากสถาบันโปลีเทคนิคแห่งชาติ (IPN) บ่งชี้ว่า ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับการประมง อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่กระทบมากกว่าต่อการประมงนั้น มาจากความต้องการของตลาดที่มากขึ้น เพราะในทั่วโลก แหล่งประมงชั้นดีจะถูกตักตวงในความจุที่สูงสุด และหลายแห่งก็ถูกตักตวงมากจนเกินไป
นักวิจัยได้ลงรายละเอียดว่า การวิจัยนั้นประกอบไปด้วยการทดลองทางอุณหภูมิ กับการวิเคราะห์การประมง และผลที่ได้คือความแปรปรวนที่หลากหลายนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่ปัญหาคือไม่พบหลักฐานที่จะพิสูจน์ได้
นักวิจัยได้นำข้อมูลการประมงในปี 1950 มาเปรียบเทียบกับข้อมูลความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และพบว่าในยุค 70 การประมงปลาซาร์ดีนนั้นเพิ่มขึ้น แต่ลดลงในยุด80 ในขณะที่การประมงกุ้งนั้นเพิ่มขึ้นแต่ลดลงในยุค 90 ในทางเดียวกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกลางยุค 70 และปลายยุค80 นั้น นำมาซึ่งความมากน้อยของปริมาณน้ำในทะเล ซึ่งส่งผลต่อปริมาณกุ้งและปลาซาร์ดีนที่เพิ่มและลดตามปริมาณน้ำ
ทั้งนี้เป้าหมายของการวิจัยนั้น เพื่อเป็นการหาแนวทางรูปแบบจำลอง ที่ช่วยในการประเมินกลยุทธ์ในการแสวงหาผลประโยชน์ การเปลี่ยนแปลงของมวลชีวภาพที่เป็นไปได้จากการวิเคราะห์ทรัพยากร รวมทั้งผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้แยกจากผลกระทบจากการทำประมงที่มากเกินไป
เครดิต : http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=15&cno=5370











