หน้าเว็บ

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้ อิทธิพลต่อการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค


ในช่วง ปี 1000 ที่ผ่านมา ผลจากการค้นคว้าข้อมูลใหม่จากซีกโลกใต้ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ นั้นมีผลต่อสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค

โดยการค้นพบนี้มาจากทีมวิจัยระดับนานาชาติ ด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเบิร์น และสถาบันวิจัยแห่งชาติ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ในการสร้างแบบจำลองของสภาพภูมิอากาศในการเชื่อมโยงความเปลี่ยนของสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ที่มีผลต่อการคาดการณ์ในระดับภูมิภาค  ซึ่งการวิจัยได้เผยแพร่ในวารสารสภาพภูมิอากาศทางธรรมชาติ

โดยซีกโลกใต้นั้นเป็นพื้นที่ท้าทายสำหรับนักวิจัยสภาพภูมิอากาศ  เนื่องจากเต็มไปด้วยมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ น้ำแข็งแอนตาร์กติก และทะเลทราย ทำให้เป็นเรื่องยากในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมา  ข้อมูลการศึกษาโครงสร้างอันซับซ้อนไม่ว่าจะเป็น วงแหวงของต้นไม้  ทะเลสาบ ปะการัง  แกนน้ำแข็ง เป็นสิ่งที่ต้องนำมาใช้เพื่อทำความเข้าใจกลไกของระบบภูมิอากาศ 

ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้พยายามประสานงานในการพัฒนาและวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ ที่ให้เบาะแสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในซีกโลกใต้ ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น นักวิจัยสภาพภูมิอากาศจากออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญแอนตาร์กติก การศึกษารูปแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ และข้อมูลจากสถานที่มากกว่า300 แห่ง ในอดีต 1000 ที่ผ่านมา ร้อยละ99.7 ของผลที่ได้ ทศวรรษที่อบอุ่นที่สุดนั้นเกิดขึ้นหลังจากปี1970

น่าแปลกที่เพียงสองครั้งเท่านั้นในสหัสวรรษ ที่ทั้งสองซีกโลกนั้นแสดงให้เห็นถึงอุณหภูมิที่พุ่งขึ้นสูง   หนึ่งในนั้นคือช่วงหนาวเย็นในปีศตวรรษที่ 17  อีกช่วงคืออุณหภูมิร้อนในปัจจุบันที่เริ่มต้นหลังจากปี 1970 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ระดับภูมิภาค 

ทั้งนี้ อุณหภูมิในซีกโลกใต้นั้นเป็นค่าเฉลี่ยปานกลาง โดยนักวิจัยได้อธิบายความแตกต่างนั้นเรียกว่าความแปรปรวนภายใน เป็นการอธิบายปฏิสัมพันธ์ที่วุ่นวายในมหาสมุทรและในระบบสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพอุณหภูมิหลายทิศทาง

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า จากการวิจัยค่าผันผวนภายในไม่สามารถจำลองเหตุการณ์ได้เป็นที่น่าพอใจนัก ผลที่ได้เป็นการประมาณการณ์ที่ต่ำเกินไป ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอิทธิพลภายนอกไม่ว่าจะเป็น รังสีแสงอาทิตย์ ภูเขาไฟระเบิด หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์   อาจทำให้ความแตกต่างในระดับภูมิภาค ในวิวัฒนาการของสภาพภูมิอากาศในอนาคตนั้น ยิ่งใหญ่กว่าการคาดการณ์จากรูปแบบการคาดการณ์ในปัจจุบัน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น